ภาณุวิชญ์(มิน) x จรัส(เจ)
‘น้องเจ…หนุ่มน้อยนักดนตรีของโรงเรียน น้องคนที่สะพายกระเป๋ากีตาร์ไปมาทุกวัน’
.
.
.
.
“ไอ้มิน!” เสียงของจงเพื่อนสนิทของผมตะโกนไล่หลังมา ขณะที่ผมก้าวข้ามผ่านประตูหน้าโรงเรียนมาแล้ว
“อะไรมึง…ทำไมมาแต่เช้าวะ ปกติสายประจำ” ผมพูดแซวมันก่อนที่มันจะเอาแขนมาพาดบนบ่าของผม
“คนเรามันต้องมีพัฒนาการบ้างสิวะ ใครแม่งจะมาสายประจำ”
“ทำเป็นพูด มึงอ่ะมาเช้าแค่วันเดียวได้เท่านั้นแหละ”
“โห..อย่าลบหลู่ผมนะครับ ไหนๆก็จะจบแล้วขอมาแต่เช้าหน่อยละกัน กูแก้ มผ. จะไม่ไหวละ สัด5555” มันพูดติดตลกเพราะไอ้จงเจ้าพ่อแห่งการมาสายในกลุ่ม และติดมผ.เยอะที่สุดในกลุ่มนั่นแหละ เล่นสะสมมาตั้งแต่ม.4เทอมแรก มันวิ่งแก้ไม่หวาดไม่หวั่น แถมอาจารย์ฝ่ายส่งเสริมยังเล่นตัวไปอีก ชีวิตตกระกำลำบากเพราะติดไปเยอะมากๆ มากขนาดที่ว่าพวกผมที่ไปช่วยมันยังต้องเหนื่อยแทน… สรุปมึงหรือพวกกูวะที่ติดมผ.
ชีวิตม.ปลายปีสุดท้ายของผมมันสั้น อยากจะเก็บความทรงจำไว้ให้มากที่สุด เลยคิดว่าอะไรที่ไม่เคยทำก็จะลองทำ สิ่งไหนที่ทำยังไม่สุดก็ทำให้เต็มที่ เพื่อที่จะไม่ให้มาเสียดายทีหลัง พอเข้ามหา’ลัย เวลาแต่ละคนคงจะไม่มี คณะที่อยากเข้าก็เห็นในกลุ่มผมมีแค่ไม่กี่คนที่จะเข้าคณะเดียวกัน แล้วไม่รู้จะได้อยู่ที่เดียวกันหรือเปล่า ต่างคนต่างมีสิ่งที่ชอบ…
นั่นแหละครับสิ่งที่ผมชอบมีไม่กี่อย่างนอกจากผัดกะเพราทะเล กับน้ำเฉาก๋วยแล้วผมก็ยังชอบเล่นบาสมากๆ หลังเลิกเรียนวันไหนเสื้อไม่เปียกราวกับลงไปเล่นน้ำทั้งชุดนักเรียน วันนั้นก็คงเป็นวันหยุดครับ…
ผมเล่นกระทั่งได้เข้าไปตากแอร์ในห้องปกครอง เพราะเรื่องเล็กน้อย พวกผมมันชอบท้าทายอำนาจ อาจารย์สั่งห้ามงดเล่นกีฬาทุกชนิดในช่วงที่สอบ เพราะอยากให้นักเรียนหันมาตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อนทำคะแนนกลางภาคและปลายภาค แต่พวกผมมันมีจิตวิญญาณนักกีฬาในตำนานครับ อยากเล่นก็ต้องได้เล่น ก็จัดไป…
ปีนี้เป็นม.ปลายสุดท้ายที่ผมจะต้องอยู่ในรั้วของโรงเรียนนี้แล้ว เลยตั้งปฏิญาณกับตนเองว่าจะตั้งใจอ่านหนังสือให้หนัก แต่ป๊ากับม๊าก็ไม่ได้คาดหวังกับผมมาก ผมเป็นลูกชายคนเล็กคนเดียวในบ้าน มีพี่สาวสองคน คนโตเรียนจบแพทย์จากอเมริกา คนรองก็เรียนบริหารปีสุดท้ายแล้ว นอกจากบ้านผมหน้าตาดีกันทั้งครอบครัว แถมที่บ้านก็ฐานะดีมาก เลยมีธุรกิจให้บริหาร แน่ล่ะเพราะผมจะเข้าคณะบริหารธุรกิจ เกิดมามันก็อยู่ในสายเลือดไปแล้ว ป๊ากับม๊าก็ยังถามผมซ้ำๆว่าจะเข้าคณะนี้จริงหรอ? บอกให้ผมเลือกสิ่งที่ชอบ ถ้าเลือกได้ผมคงเข้าคณะเดียวกันกับน้องเจนักดนตรีของโรงเรียนนี่แหละครับ แต่น้องดันเป็นรุ่นน้องแล้วก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเข้าคณะไหน… คงไม่พ้นพวกดนตรีแหละมั้ง เพราะผมเห็นน้องเจแบกกีตาร์ไปมาโรงเรียนทุกวันงานโรงเรียนก็ได้ขึ้นตลอด แล้วยังได้ไปแข่งงานอะไรก็ไม่รู้ได้รางวัลมานักต่อนักแล้ว…
‘น้องเจ’ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ผมชอบครับ ชอบ ชอบมากๆด้วย ถ้าให้เลือกระหว่างผัดกะเพราทะเลกับน้อง ผมคงเลือกน้องแหละ… เพราะน้องแม่งโคตรน่าจับแดกมาก ตัวกลมๆ แก้มตุ่ยๆ เห็นทีไรก็น่าจับฟัดทุกที แต่ติดที่ผมไม่รู้จักมักจี่กับน้อง
ผมกับน้องเจเราเป็นได้แค่รุ่นพี่รุ่นน้องในโรงเรียนนี้แหละครับ มากกว่านี้คงเป็นไปไม่ได้
ถึงผมจะสาวเยอะแต่ก็ ‘ป๊อด’ เป็นครับ
เรื่องน้องผมโคตรแพ้ทางว่ะ…
“ไอ้จงมึงโทรตามไอ้ดินดิ๊ แม่งตื่นยังก็ไม่รู้” ผมพูดสั่งไอ่จงก่อนจะนั่งลงกับเก้าอี้ม้าหินอ่อนใต้ต้นไทรข้างสนามบาสที่ประจำของแก๊งพวกผม
“มึงเอาโทรศัพท์มึงมาดิ…กูเข้าเกมอยู่ว่าจะตีป้อมก่อน” มันพูดขึ้นมาขณะที่ตามันยังจ้องกับเกมมือถือตรงหน้า
“เออ ไม่ต้องเดี๋ยวกูโทรตามแม่งเอง” ผมถอนหายใจเบาๆเพราะเอือมการกระทำของเพื่อนสนิทตรงหน้า วันๆตีแต่ป้อมแล้วก็มาหัวร้อน บ่นให้ผมฟังประจำ ผมก็อยากจะรู้นักว่าแม่งสนุกตรงไหนคนถึงได้ติดกันทั้งบาง ผมกดโทรออกหาไอ้ดิน บ้านแม่งอยู่ติดโรงเรียนเลยไม่กระวนกระวายที่จะรีบตื่นมา เพราะออกจากบ้านแล้วข้ามถนนมาก็เข้าโรงเรียนละ สะดวกสบายสไตล์บดินทร์
“ไอ้เชี้ยดิน ตื่นยังจะสี่สิบห้าอยู่ละรีบๆมาเลย” ผมรีบบอกให้มันตื่นจากเตียงเน่าของมัน เพราะมันใกล้เวลาจะเข้าแถวหน้าเสาธงแล้ว
“เออกูตื่นนานแล้ว กำลังออกเนี่ย มึงออกมาหากูหน่อยดิ๊มาช่วยกูถือหู้หน้าโรงเรียนที” มันพูดพร้อมกับเสียงปิดประตูห้องดังในสายสนทนา
“กูอีกแล้ว…”
“เออ…มึงนั่นแหละออกมาเลยสัดลูกค้าสั่งออเดอร์เยอะ ไม่มีตีนเดินมาซื้อแดกเอง ลำบากกู”
“ลำบากกูต้องช่วยมึงถือด้วยไอ้ควาย” บ้านไอ้ดินไม่ได้ขายน้ำเต้าหู้แต่อย่างใดครับ เพราะหน้าโรงเรียนขายน้ำเต้าหู้ ก่อนเข้าโรงเรียนมันเลยแวะซื้อ ส่วนที่บอกว่าลูกค้าเยอะ จะเป็นพวกที่ฝากมันซื้อแหละครับ พวกที่มาสายกับพวกที่มาเช้าและพวกไม่มีตีนเดินไปซื้อแดก ใช่ว่ามันจะทำฟรีครับ มันคิดค่าเดินแพงพอตัว เต้าหู้ธรรมดาราคาถุงละเจ็ดบาท แต่ค่าเดินคิดรวมน้ำเต้าหู้ยี่สิบ เป็นผมสู้ลากตีนไปซื้อเองดีกว่า แต่ก็เถอะครับ คนมันขี้เกียจอะไรๆก็เป็นอุปสรรคไปหมด ลำบากไอ้ดินแล้วมาลำบากผมอีกที ค่าถือก็ไม่ได้ ไอ้ดินขี้งกมาก แต่พอถึงเวลาจะเลี้ยงเพื่อนแต่ละทีแม่งโคตรป๋า…
“ไอ้สัดมินกว่าจะมา” นั่นเป็นประโยคแรกที่มันเอ่ยทักทายครั้งแรกที่เห็นหน้าผมในยามเช้า
“ได้ยังวะ รอบนี้ลูกค้าเยอะป่าว”
“ก็คนเดิมๆแต่เสือกสั่งเยอะ แม่งจะซื้อไปเลี้ยงพระที่ไหนวะ” มันพูดติดตลกส่วนผมก็ได้แต่ยืนเฉยๆรอป้าทำน้ำเต้าหู้ต่อไป
“ป้าครับ เต้าหู้ชาเขียว ปาโก๋ชุดนึงครับJ” เสียงเล็กๆดังแทรกห้วงความคิดผม ไอ้ดินเอาศอกมากระทุ้งเข้ากับเอวผม ก่อนจะพูดบอกเบาๆข้างหูผม
“ไอ้เหี้ยมิน เด็กมึงมาว่ะ” ผมหันไปเหลือบมองด้านข้างก่อนจะพบร่างเล็กที่สะพายกีตาร์ที่แสนคุ้นเคย
ก็น้องนั่นแหละครับ ‘น้องเจ’สิ่งมีชีวิตที่ผมชอบที่สุด ใจผมตอนนี้มันเต้นเร็วผิดปกติ สายตาผมไม่อาจละมองน้องได้เลย รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่น้องจ้องหน้าผมกลับแล้วบอกว่า “มีอะไรหรือเปล่าครับ?” ผมสะดุ้งเล็กน้อยแล้วยิ้มแหย่ๆส่ายหัวเป็นเชิงบอกปฏิเสธตามประสาคนกาก
ส่วนไอ้ดินก็เรียกผมอีกทีตอนที่มันยื่นถุงน้ำเต้าหู้กับปาทั่งโก๋มาให้ นับรวมๆโดยสายตาแล้ว ที่ผมกับไอ้ดินถืออยู่ประมาณเก้าชุดได้ เออเหมาะกับการไปเลี้ยงพระจริงๆว่ะ ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้น เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ผมยิ้มได้ทั้งวันเพราะน้องเจหันมามองพวกผมสองคนกับการถือชุดน้ำเต้าหู้ปาโก๋ที่เยอะมากๆ น้องทำสายตาแบบตกตะลึงทำอย่างกับไม่เคยเห็นใครสั่งเยอะมาก่อน…
.
.
.
.
เด็กน้อยเอ๊ย…
เป็นเวลาพักเที่ยงที่แก๊งของผมต้องลงไปสั่งข้าวกัน ที่ประจำก็คงจะเป็นต้นไทรข้างสนามบาสที่เดิม ผมสั่งกะเพราทะเล ไอ้ดินสั่งสุกกี้แห้ง ไอ้จงข้าวขาหมู ไอ้ป่ากับไอ้เฮงสั่งข้าวหมูแดง..
แก๊งผมมีห้าคนครับ แน่นอนว่าป็อปในหมู่สาวๆมากน้องๆผู้หญิงชอบมาดูพวกผมเล่นบาสตอนเย็นหลังเลิกเรียนประจำครับ พวกผมมีสาวๆมาสารภาพรักประจำแต่ก็ต้องกินแห้วกันไป จนน้องๆสาววายบางคนจับพวกผมจิ้นกันเอง แค่คิดว่าต้องแทงประตูหลังเพื่อน ผมก็กระอักกระอ่วนอยากจะอาเจียนออก
ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบเพศที่สามนะครับ ดูจากที่ผมชอบน้องเจแล้ว ผมชอบน้องเขามากๆไม่รู้ว่าชอบตอนไหน ช่วงแรกที่รู้ตัวผมก็ได้แต่ยิงคำถามตัวเองในหัว ‘มึงชอบผู้ชายหรอวะ’ ‘คนอื่นเขาจะคิดยังไง’ ‘กูเป็นเกย์หรอวะ’ แต่ก็งั้นเถอะครับชอบไปแล้วอะไรก็ขวางผมไม่ได้ ไม่มีอะไรมากั้นจำกัดว่าผมต้องชอบผู้หญิงนะ เปล่าเลย ผมชอบน้องเจ น้องผู้ชายสะพายกีตาร์คนนั้นครับ แทบจะคลั่ง หัวใจเต้นแรงตอนเห็นหน้าน้อง แค่ได้ยินชื่อยังต้องจับอกข้างซ้ายเอาไว้ ใจผมมันบางกว่าที่คิดอีกนะครับ…
“มีใครจะลงแรงค์กับกูป่าว” เสียงไอ้ดินเอ่ยปากชวนสมาชิกที่เหลือเล่นเกม หลังจากที่เรากินข้าวกันเสร็จหมดแล้ว
“คึกได้คึกดีนะมึง กูลงด้วยเสี้ยนพอดีว่ะ” เสียงป่าตอบตกลงที่จะเข้าเกมกับไอ้ดิน
“มึงเลยไอ้จง รีบเข้าเกมดิสัด เราต้องเป็นทีมเวิร์ค ปล่อยให้ไอ้เชี้ยมินกับไอ้เชี้ยเฮงชมนกชมไม้ไป” ไอ้ดินเร่งให้ไอ้จงคู่ขามันกดเข้าเกมด่วน ผมไม่รู้ว่ามันสนุกยังไงไอ้เกมนี้ ใจหนึ่งก็อยากลองเล่นดูนะว่ามันจะสนุกขนาดที่ว่าติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่อีกใจไม่ดีกว่าเปลืองเมมโทรศัพท์
เป็นเวลาเที่ยงกว่า แดดเปรี้ยงๆจ่อลงมาที่หัวพวกผมที่กำลังเดินขึ้นตึกเพื่อไปรอเรียนคาบบ่าย พวกผมมานั่งรอหน้าห้องก่อนเวลาเรียนเกือบยี่สิบนาที นั่งๆนอนๆกันไปเพื่อรอเวลา
“ไอ้มินเด็กมึงอ่ะสัด เล่นกีตาร์อยู่ที่สามนาฬิกาหันไปๆ” ผมหันไปก่อนจะเป็นน้องเจ น้องเจจริงๆด้วย แม่งโคตรแมนน้องนั่งดีดกีตาร์ถัดออกไปจากที่ผมนั่งรอเวลาเรียนไปสองห้อง ดูเผินๆเหมือนน้องจะป็อปในหมู่สาวๆแต่เปล่าเลยน้องออกจะเนื้อหอมในหมู่หนุ่มๆมากกว่า แน่สิผมเห็นล่ะโคตรหวง! แล้วน้องโคตรจะเฟรนลี่เหี้ยๆ เดี๋ยวก็มีรุ่นพี่มาตีสนิท รุ่นน้องมาขอให้สอนนู่นนี่ ไหนจะเพื่อนต่างห้องมาขอปรึกษา…เรื่องแบบนี้ผมรู้ได้ยังไงน่ะหรอ
สายครับ…
ผมมีสาย…ผมมีรุ่นน้องสนิทอยู่คนหนึ่งมันชื่อไอ้ขวาน อยู่ห้องเดียวกับน้องเจแถมยังสนิทกันอีกโคตรเข้าทางเลย…แต่ความกากของผมมันคงกระพัน ไอ้ขวานมันเคยเปิดโอกาสให้ผมกับน้องเจได้ทำความรู้จักกันหลายรอบแล้ว แต่ความกากก็คือความกากแหละครับ เจอแค่หน้าน้องใจผมก็เต้นระส่ำจนมันจะทะลุออกจากอกแล้ว ผมไม่มีกำลังพอที่จะคุยกับน้องได้หรอกครับ
“ไอ้เชี้ยพี่มิน!” ไอ้สันขวานมันตะโกนเรียกผม จากห้องมัน ก่อนจะวิ่งมาหามาหาผมที่นั่งรอคาบเรียนหน้าห้อง
“เรียกกูขนาดนี้ไม่ต้องเรียกพี่แล้วแหละ”
“ได้หรอครับ? ไอ้เหี้ยมิน ดีใจว่ะพูดกันเองแบบนี้กูค่อยสบายใจหน่อย”
“เห้ยๆ กูประชดไหมสัด ลามปามใหญ่เลยนะมึง…” ผมพูดปรามมันก่อนที่ไอ้ขวานมันจะหัวเราะชอบใจ
“ไงล่ะมึง เรียกกู มีโจทย์ฟิสิกส์ข้อไหนที่มึงทำไม่ได้ครับ”
“โอ้โห สมเป็นกับเทพพี่มินครับ รู้ใจผมไปหมดเลยอ่ะ”
“มาอธิบายให้หน่อยครับ” มันพูดขึ้นแล้วทำหน้ามึนๆใส่
“ไหนล่ะโจทย์…” ไอ้ขวานมันไม่พูด ก่อนจะลากผมไปที่ห้องเรียนน้องมัน ไม่ถงไม่ถามผมเลยลากไปอย่างเดียว แน่ล่ะน้องเจก็อยู่หน้าห้อง ผมก็โดนไอ้สันขวานเด็กเวรนี่ลากมา
“พวกมึงกูได้ตัวเทพฟิสิกส์มาแล้วว่ะ…นี่พี่มินม.หกห้องคิงส์” เพื่อนน้องที่นั่งอยู่ประมาณสี่ห้าคนยกมือสวัสดีผมกันหมดรวมไปถึงน้องเจด้วย โว๊ยยกูอยากวิ่งออกไปจากตรงนี้ด้วยน้องเจยกมือสวัสดีผมโอ้มายยก๊อดดดดดดดดดดดดดดด
“พวกน้องไม่เข้าใจโจทย์อะไรตรงไหนถามพี่ได้นะ” ผมยิ้มแหย่ๆก่อนที่ไอ้ขวานจะพาผมไปนั่งที่โต๊ะในห้องมัน ตามด้วยกลุ่มน้องเจเดินมาสมทบ
“พี่มินพวกผมไม่เข้าใจโจทย์ข้อนี้ มันต้องใช้สูตรไหน ลองๆช่วยกันหาแล้วไม่ได้คำตอบว่ะ” ผมมองหน้าน้องทุกคนที่ลากเก้าอี้มานั่งล้อมโต๊ะที่ผมนั่ง รู้สึกว่าตัวเองมีความรู้แล้วมีลูกศิษย์มานั่งรายล้อม มันดูขลังว่ะ
“ไหนครับ…ไหนพี่ขอดูสูตรที่น้องๆเลือกใช้หน่อย ขอเช็คก่อนว่าใครมาถูกทางแล้วบ้าง” ผมแบมือขอสมุด กระดาษ ต่างๆที่น้องใช้เขียนใช้ทดแล้วนั่งดูทีละคน ดูท่าแล้วจะไปต่อได้ไม่ถึงสามคน ผมเลยตัดสินใจพาเจาะโจทย์เลย นั่งอธิบายร่ายยาวไปน้องๆทุกคนดูตั้งใจกันมาก คนเป็นอาจารย์อย่างผมต้องภูมิอกภูมิใจ
ผมใช้เวลาสอนแนวทางน้องในการทำโจทย์ข้อนี้เกือบสิบกว่านาทีได้ มีน้องๆบางคนได้คำตอบข้อนี้กันแล้วผมก็โล่งใจหน่อย พอดูนาฬิกาอีกทีก็จวนจะถึงเวลาเข้าห้องเรียนคาบบ่ายต่อพอดี
“น้องพอทำได้แล้วเนาะ ไม่เข้าใจตรงไหนทักถามพี่ได้ตลอดนะ พี่ไปละ” ผมโบกมือลาน้องที่อยู่ในห้อง น้องบางส่วนก็ส่งเสียงตะโกนขอบคุณผมส่งท้ายก่อนออกจากห้อง ได้มาสอนน้องรอบนี้ก็คุ้มว่ะได้เห็นหน้าน้องเจก็ดีใจชิบหายล่ะ
“พี่มินครับ เดี๋ยวก่อนครับ” เสียงคุ้นๆที่ตะโกนไล่หลังออกมา ใช่แน่ๆ ‘น้องเจ’ น้องเรียกผมแต้มบุญทั้งชีวิตผมได้ใช้หมดไปในวันนี้แล้วครับ
“ว่าไงครับน้อง…” ผมพยายามควบคุมน้ำเสียงให้นิ่งที่สุด แต่ในใจมันไม่นิ่งเลย เสียงใจผมมันเต้นโครมครามดังชิบหาย ผมอยากจะตะโกนบอกให้มันเงียบๆหน่อยเดี๋ยวน้องจับสังเกตได้โว๊ย!!!
“คือ…ผมยังไม่เข้าใจช่วงสุดท้ายตรงนี้ครับ พี่ช่วยอธิบายอีกทีได้ไหมครับ” น้องยื่นสมุดพร้อมใช้ด้ามปากกาชี้ๆมาที่โจทย์เจ้าปัญหา ผมบอกเลยว่าจะ ‘ให้พี่อธิบายร้อยรอบเพื่อน้องเจพี่ทำให้ได้หมดครับ’ เพราะตอนนี้น้องโคตรน่ารักเลย อยากจับปั้นเป็นก้อนๆแล้วกลืนลงท้อง คนเราแค่สงสัยโจทย์ฟิสิกส์ทำไมมันมีแต่คำว่า‘น่ารัก’เต็มไปหมดอย่างนี้เลยวะ
“เอ่อ…พี่ครับ พี่มิน!”น้องใช้มือโบกไปมาตรงหน้าผม คงเพราะผมมัวแต่เหม่อมองหน้าน้องอย่างนั้น “ถ้าพี่ไม่สะดวกสอนก็ไม่เป็นไรครับ”
“เอ่อน้องคือพี่ไม่…”
“ไม่เป็นไรครับพี่ ถ้าผมสงสัยเดี๋ยวผมทักพี่ไปอีกทีแล้วกัน…พี่มินไปเรียนเถอะครับได้เวลาแล้ว”
‘ถ้าผมสงสัยเดี๋ยวผมทักพี่ไปอีกทีแล้วกัน’ น้องจะทักผมมาอีกทีงั้นเรอะ ทักยังไงทักทางไหนวะเดี๋ยวนี่เรื่องจริงหรอวะไอ้มิน!
“เอ่อ…” ไม่ทันได้แย้ง น้องก็ยิ้มให้แล้วรีบเดินเข้าห้องไปทันที “กูฝันปะวะ” ผมเดินหันหลังมุ่งหน้าไปเรียนที่ห้องต่อ
“อ้าวท่านมิน ยิ้มหน้าบานมาเชียว เจอของดีหรอครับท่าน…” ไอ้เฮงเอ่ยแซวผม ก่อนที่ผมจะหุบยิ้ม นี่กูยิ้มแฉ่งมาตลอดทางเรยเรอะ? ไม่น่าแหละน้องๆผู้หญิงมองกันเป็นแถว ป่านนี้น้องๆคงกรี๊ดกร๊าดเจอพี่มินแจกยิ้มช่วงบ่าย ไอ้เราอุตส่าห์ คีพลุคคนคูล
“ไหนๆ…มาเล่าให้พวกกระผมฟังทีเรื่องราวมันเป็นมายังไงครับ” ไอ้จงตบเก้าอี้โต๊ะข้างๆพลางให้ผมมานั่งสาธยายเรื่องที่เกิดขึ้น
“เสือกละพวกมึง”
“โห…ท่านไม่ใจเลยว่ะ ไอ้เราก็อุตส่าห์ไม่ไปเรียกขัดตอนยืนคุยกับน้องหน้าห้อง” ไอ้ดินเบ้ปากแถมมีท่าทีน้อยใจผมด้วย
“อ่ะๆก็ได้เห็นแก่มิตรภาพของเรา” ผมยอมเล่าเรื่องที่เกิดก็ได้แต่ไม่ทั้งหมด “ก็ไม่มีอะไรมากน้องแค่ไม่เข้าใจโจทย์ เลยจะให้กูสอน แต่ใกล้เวลาเข้าเรียนแล้วน้องก็เลยบอกไม่เป็นไรแค่นี้ แล้วกูก็ยังไม่ทันพูดอะไรน้องก็เดินเข้าห้องไปละ”
“กากว่ะท่าน” ไอ้ป่าพูดว่าผม ก็ผมกากจริงๆแหละ..มั้ง
“นี่ใครครับมินคนกาก กากแต่เรื่องน้องเจเท่านั้นแหละเพื่อนเรา” พวกมันหัวเราะชอบใจกับคำพูดไอ้จง เออหัวเราะไปเถอะพวกมึงกูเอาจริงเมื่อไร ระวังจะพูดไม่ออก
เมื่อเสียงออดดังบ่งบอกถึงเวลาเลิกเรียน หมดคาบซักทีนั่งจนตะคริวแดกตูดมาสองคาบติด ชีวะคือชีวิต แต่ชีวะไม่ได้เลือกผมลาก่อนครับเกรดวิชานี้ ผมต้องถ่างตาสัปหงกกับวิชาชีวะติดสองคาบ ง่วงแต่ก็นอนไม่ได้อาจารย์ไม่ได้โหดครับ แต่เป็นคนขี้ประชด พูดเหน็บแนมได้ทุกคาบ พูดเยอะเดี๋ยวจะหาว่านินทาอาจารย์
“พวกมึงเดี๋ยวกูเอาสมุดไปส่งอาจารย์ก่อนเดี๋ยวกูตามไปหนามบาส” เสียงไอ้ป่าพูดบอกเพื่อนก่อนที่มันจะรีบเดินไปห้องพักครูหมวดวิทย์
ไอ้ป่ามันเป็นรองหัวหน้าห้องครับ หล่อ รวย เรียนดี มีความเป็นผู้นำ สาวกรี๊ดแน่นอนครับ ส่วนหัวหน้าห้องคงไม่พ้นแฟนมัน ทั้งผัวทั้งเมียเนี๊ยบขนาดไหน
จริงๆไอ้ป่านิสัยออกจะเกเรด้วยซ้ำแต่พอมาคบกับแฟนคนปัจจุบันกลับกลายเป็นคนละคน เรียบร้อยขึ้นแหละอันดับหนึ่ง การแต่งกายเนี๊ยบมากครับ ถ้าไม่เนี๊ยบเดี๋ยวเมียดุ มันเป็นคนกลัวเมียเอาเรื่อง ตอนที่มันเล่นบาสกับพวกผมจนต้องเข้าห้องปกครอง จำได้ว่าเมียมันคุมประพฤติด่ามันไปเจ็ดวันเจ็ดคืนจนเข็ด ส่วนพวกผมก็โดนหางเลขไปด้วยเลยมีแต่คนเกรงแฟนมัน แต่แค่เกรงครับแต่ไม่กลัว…
ขณะนี้เป็นเวลา 20.20น.
ละครออเจ้ามาพอดีครับแต่ไม่มีวี่แววของออเจทักมาถามเรื่องโจทย์ฟิสิกส์ ผมนั่งจ้องจอมือถือโง่ๆมาครึ่งชั่วโมงแล้วแถมเปิดโนติการแจ้งเตือนโซเชียลมีเดียทุกช่องทางไว้ แต่ก็ต้องสะดุ้งตัวตลอดเพราะแชทกลุ่มห้อง กลุ่มลอกการบ้าน แล้วก็กลุ่มอันนั้นแหละครับ…
เหลือแต่แชทน้องเจที่ไม่แจ้งเตือนซักที…
ต่อไปนี้อาจจะอัพช้าหน่อยนะคะ ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไร ที่แต่งเรื่องนี้เพราะความชิปล้วนๆ+ความว่าง
ถ้าสนุกไม่สนุกยังไง หรือเขียนคำไหนผิดคอมเมนต์บอกกันได้นะคะ เพราะเราอัพเลยไม่ค่อยได้เช็คคำแง5555555